นั่งหน้าจอ 8 ชั่วโมงทำยังไงไม่ให้เครียด? 5 วิธีดูแลสุขภาพกายและใจฉบับคนทำงานออฟฟิศ
สำหรับคนทำงานยุคดิจิทัล การนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกัน 7-8 ชั่วโมงต่อวันกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่รู้ไหมครับว่าความเงียบและความนิ่งที่เรานั่งทำงานอยู่นั้น กำลังสะสมปัญหา work stress และความล้าทางสายตาโดยไม่รู้ตัว
หากคุณเริ่มรู้สึกสมองล้า ตาพร่ามัว หรือหงุดหงิดง่ายระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของ stress in the workplace ที่พนักงานออฟฟิศต้องเจอ ลองมาดู 5 วิธีจัดการความเครียดสำหรับคนทำงานหน้าจอ 8 ชั่วโมง ที่ช่วยกู้ร่างและรีเซ็ตสมองให้กลับมาสดชื่นได้แบบเวิร์กสุด ๆ ครับ!
1. พักสายตาด้วยกฎ "20-20-20"
การเพ่งหน้าจอนาน ๆ นอกจากจะทำให้เกิด work stress สะสมแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งตัวและเกิดอาการตาล้า ตาแห้ง วิธีแก้คือง่ายมากด้วยกฎ 20-20-20:
- ทุก ๆ 20 นาที
- ให้ละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองไปที่วัตถุหรือวิวที่อยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร)
- มองค้างไว้เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้คลายตัว
2. ขยับร่างกายทุก ๆ 1 ชั่วโมง
การนั่งท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลัง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นความตึงเครียดทางร่างกาย ลองตั้งนาฬิกาปลุกเตือนตัวเองทุก 1 ชั่วโมง เพื่อลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบน้ำ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือหมุนข้อต่อเบา ๆ แค่ 2-3 นาที ก็ช่วยลดความตึงเครียดได้เยอะมากแล้วครับ
3. จัดการเวลาด้วยเทคนิค Pomodoro
ปัญหา stress in the workplace ส่วนใหญ่มักเกิดจากการทำงานรวดเดียวโดยไม่พักจนสมองล้า ลองแบ่งเวลาทำงานเป็นรอบ ๆ ด้วยเทคนิค Pomodoro เพื่อรับมือกับ work stress เช่น:
- ทำงานโฟกัสเต็มที่ 25 นาที
- พักเบรกสมอง 5 นาที (ลุกเดินไปสูดอากาศ หรือฟังเพลงโปรด 1 เพลง)
วนลูปแบบนี้จะช่วยให้สมองไม่รู้สึกอัดอั้น และเคลียร์งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
4. จัดโต๊ะทำงานให้โล่งและสบายตา
สภาพแวดล้อมมีผลต่อจิตใจโดยตรง ลองเคลียร์โต๊ะทำงานให้สะอาด จัดวางหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา (ขอบบนหน้าจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย) เพื่อไม่ต้องเงยหรือก้มคอมากเกินไป และถ้าเพิ่มต้นไม้จิ๋วสักกระถางบนโต๊ะ ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเวลามองได้เหมือนกันครับ
5. ตัดขาดจากงานเมื่อหมดเวลา (Digital Detox)
เมื่อครบ 8 ชั่วโมงและเลิกงานแล้ว ควรฝึก "ปิดสวิตช์โหมดงาน" งดเช็กอีเมลหรือไลน์กลุ่มออฟฟิศ เพื่อตัดขาดจาก work stress อย่างแท้จริง ให้เวลาตัวเองได้ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ดูซีรีส์ ออกกำลังกาย หรือคุยกับคนรอบข้าง เพื่อให้สมองได้แยกแยะระหว่างเวลาทำงานและเวลาพักผ่อน